อินทัชลุยธุรกิจใหม่ 200 ล้านบาท


      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม และกรรมการบริหารกลุ่มอินทัช เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ของอินทัชจะลงทุนใน 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มดิจิตอลทีวี และการหาพันธมิตรร่วมทุน (Venture Capital) ที่วางงบการลงทุนไว้ 200 ล้านบาทในปีนี้

      ทั้งนี้ กรหาพันธมิตรร่วมทุน มี 4 ประเภทที่สนใจ คือ โทรคมนาคม คอนเทนต์ ไอที และ มีเดีย โดยแต่ละรายจะต้องมีขนาดธุรกิจไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มนำเสนอโครงการให้กับบริษัทต่างๆ แล้วและจะเปิดช่องทางอนไลน์ให้บริษัทที่สนใจนำเสนอเข้ามายังอินทัชด้วย

      สำหรับดิจิตอลทีวี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งแนวทางนี้เป็นไปตามนโยบาย ของ นามสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการกลุ่มอินทัช ที่ระบุว่า การเข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิตอลมี 2รูปแบบ คือ การเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย โดยใช้โครงข่ายของบริษัทในเครือ คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และ บริษัท ไทยคม ส่วนอีกรูปแบบ คือ การเป็นผู้ให้บริการช่องรายการ ซึ่งจะร่วมมือกับผู้ประกอบการทีวีที่มีอยู่ในด้านการนำเสนอคอนเทนต์

      “การลงทุนใหม่ๆ นี้จะทำให้เกิดการซินเนอร์จี้ของกิจการในอินทัชมากขึ้น ทั้งไทยคม และ เอไอเอส ซึ่งทั้ง 2 บริษัทมีโครงข่ายที่อยู่ในสัมปทานรัฐก็จริง แต่สามารถเจรจาเช่าเพื่อมาดำเนินการ ได้” นางศุภจีกล่าว

      นอกจากแผนการลงทุนในธุรกกิจใหม่แล้ว ยังมีแผนว่าจะลงทุนในกิจการที่น่าสนใจรายละไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท โดยจะลงทุนตามเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องลงทุนภายในเดือนไหน รวมทั้งร่วมมือกับภายนอกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีเอ็มเอ็ม อาร์เอส ในธุรกิจเคเบิลทีวี เป็นต้น

      ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจของไทยคมนั้น เตรียมพร้อมในการให้บริการดาวเทียมดวงใหม่ที่จะยิงขึ้นวงโคจร 4 ดวง คือ ไทยคม 6 กลางปี 2556 ที่ยังเป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาสัมปทาน ส่วนภายใต้ใบอนุญาต ประกอบด้วยไทยคม 7 ที่ 120 องศาตะวันออก ไทยคม 8 หรือ ไอพีสตาร์ 2 เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ และไทยคม 9 ที่ 50.5 องศาตะวันออก เพื่อรักษาวงโคจรของประเทศ

      อย่างไรก็ตาม หากได้ข้อสรุปเรื่องไอพีสตาร์ 2 คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เกิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท เน้นขยายบริการให้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิมที่ให้บริการ เฉพาะออสเตรเลียเป็นหลัก ขณะที่ดาวเทียมไอพีสตาร์ในปัจจุบัน ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้งานจาก25%เป็น 40-50%ในปีนี้


ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 15 พ.ค.55