การขอจดทะเบียนผู้ประกอบการ e-commerce


     'อินเทอร์เน็ต' ถือเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำยุคและนิยมใช้กันมากอยู่ในขณะนี้ กิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในโลก จนมีคำเปรียบเปรยขึ้นว่า "มีอินเทอร์เน็ตก็เหมือนย่อโลกทั้งใบมาไว้ที่เดียวกัน" และด้วยเหตุผลนี้เอง จึงเกิดช่องทาง ของธุรกิจในโลกอินเทอร์เน็ตขึ้นมากมาย



      อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะสามารถทำการติดต่อค้าขายได้อย่างอิสระและกว้างไกล สร้างให้เกิดรายได้ที่งดงาม มีความสะดวกสบาย มากขึ้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน เพราะไม่สามารถตรวจสอบ ควบคุมมาตรฐาน สินค้าและการบริการ หรือข้อมูล หลักฐานของผู้ประกอบการพาณิชย์นั้นๆ ได้เลย

      สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มนิยมใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ทั้งในแง่บันเทิง ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดตั้งสำนักงาน ทะเบียนพาณิชย์ขึ้น เพื่อจัดทำระเบียนบุคคล เก็บรวมรวบสถิติตัวเลข และข้อมูลของผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) อันจะเป็นประโยชน์ในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการทำธุรกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต และเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อีกด้วย

      นอกจากนี้ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจดทะเบียน ยังจะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น ได้รับสิทธิพิเศษด้านการตลาด ด้าน E-Marketplace, ได้เผยแพร่ข่าวสารข้อมูล, ได้รับการส่งเสริมในการขอใช้เครื่องหมาย Trust mark และการจัดหัวข้อการอบรมสัมมนาตามที่กลุ่มผู้ประกอบการต้องการ

      กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดให้ผู้ที่มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ที่มีลักษณะดังนี้

      1. บุคคลที่มีเว็บไซต์เพื่อทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การสั่งซื้อสินค้า การสมัคร สมาชิกที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย การดาวน์โหลดโปรแกรม บริการเกมออนไลน์ เว็บไซต์ที่รับจ้างโฆษณาสินค้าและบริการให้ผู้อื่น หรือธุรกิจอื่นๆ ที่ติดต่อซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์

      2. ให้บริการชั่วโมงอินเทอร์เน็ต

      3. ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เช่น sanook.com, yahoo.com เป็นต้น

      และ 4. บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (E-Marketplace) เช่น thailand.com, softwarelink.co.th, pop.co.th และมีการยกเว้นบางเว็บไซต์ที่ไม่ต้องจดทะเบียน ได้แก่

                1. เว็บไซต์ที่มีเฉพาะหน้าร้าน หรือเพื่อการโฆษณาสินค้าของตัวเอง ที่ทำการค้าทางช่องทางปกติ (ไม่ใช่ทางอินเทอร์เน็ต) แม้จะ มีป้ายโฆษณา (banner) ของผู้อื่นมาติด และมีรายได้จากการให้ติดป้ายโฆษณา ยกเว้นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ หรือเพียง โฆษณาว่าเป็นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ เพราะถือว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นมีช่องทางการค้าปกติบนอินเทอร์เน็ต

                2. การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น เพื่อการสอน, ประกาศ รับสมัครงาน, เว็บไซต์ที่เสนอข่าวประจำวัน, เว็บไซต์ส่วนตัว ซึ่งนอกจากเว็บไซต์ที่มีลักษณะดังกล่าวแล้ว ร้านที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต (อินเทอร์เน็ตคาเฟ่) หรือเกมคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ต้องจดทะเบียน เพราะเป็นเสมือนร้านค้าทั่วไปที่ทำการค้าขายในช่องทางปกติ

      โดยทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป ทั้งผู้ประกอบการที่มีกิจการเดิมอยู่แล้วและผู้ประกอบการใหม่ซึ่ง เมื่อได้จดทะเบียนแล้วผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ควรแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย และแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ หรือระบุเลขทะเบียนพาณิชย์ไว้บนเว็บไซต์หรือโฮมเพจด้วย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการเอง

      สำหรับผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ยื่นจดทะเบียนจะมีโทษตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 19 คือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ซึ่งการยื่นขอจดทะเบียน ในเขตกรุงเทพฯ สามารถทำได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ หรือส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนในต่างจังหวัดให้ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าในจังหวัดนั้นๆ เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียน ได้แก่ 1. คำขอจดทะเบียนพาณิชย์(แบบ ทพ.) 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 3. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

      หากมีข้อสงสัยหรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 0-2547-5959 (-61) หรือ 0-2547-5050 ต่อ 3191 หรือ http://www.dbd.go.th


ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
        www.manager.co.th