ธุรกิจร้านอาหาร จะต้องจัดเตรียมเอกสารจัดทำบัญชีและยื่นรายการภาษีอย่างไร
ผมกำลังเริ่มทำธุรกิจร้านอาหาร คาดว่าจะมีรายได้ในปีแรกประมาณ 2-3 ล้านบาท มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและยื่นรายการภาษี ว่าจะต้องจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้างให้กับผู้ทำบัญชีภายในกำหนดเวลาใด
ถามโดย:
kow
วันที่ :
2/8/2550 9:25:42
กรณีการประกอบกิจการร้านอาหาร เข้าลักษณะการให้บริการ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) อาจแยกได้ดังนี้
1.1 กรณีเป็นนิติบุคคล
กรณีจัดตั้งในรูปของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ (ยกเว้นกรณีมีทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5 ล้าน เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 – 30) โดยยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษี พร้อมบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน บัญชีรายรับ รายจ่ายที่มีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
ส่วนในด้านรายรับและรายจ่ายของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร คือ การคำนวณรายได้และรายจ่ายให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้นด้วย ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิและมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
อนึ่ง บริษัทฯมีหน้าที่จัดทำบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ซึ่งเอกสารที่ใช้ประกอบการลงบัญชี ได้แก่ บันทึก หนังสือ หรือเอกสารอื่นๆ
ชนิดบัญชีที่จัดทำโดยทั่วไปประกอบด้วย 1 บัญชีรายวัน 2 บัญชีแยกประเภท 3 บัญชีสินค้า 4 บัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภทอื่นและบัญชีแยกประเภทย่อยอื่นตามความจำเป็นแก่ธุรกิจ
และยื่นงบดุลที่มีผู้สอบบัญชีรับรอง ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมแบบนำส่ง สบช.3 ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ( ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี )
1.2 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
กรณีเป็นบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า โดยยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 90) ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี ทั้งนี้ในกรณีมีเงินได้ตาม ม.40 (8) ต้องยื่นแบบภาษีครึ่งปีด้วย ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ โดยใช้แบบ (ภ.ง.ด.94) ภายในเดือนกันยายน และในกรณีดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 70 หรือ ตามความจำเป็นและสมควรก็ได้
อนึ่ง บุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่จัดทำบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี 2543 เว้นแต่ประกอบธุรกิจ ผลิตจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ประเภทสินค้าแถบเสียงเพลง แถบวิดีทัศน์ และแผ่นซีดี มีหน้าที่จัดทำบัญชีด้วย
แต่อย่างไรก็ตามหากบุคคลธรรมดา ที่มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉพาะมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 5 ) – ( 8 ) ตามประมวลรัษฎากรกำหนดต้องให้จัดทำบัญชี หรือรายงานแสดงรายได้และรายจ่ายประจำวัน ตามประกาศอธิบดีฯเกี่ยวกับภาษีเงินได้ฉบับที่ 161 ทั้งนี้ตั้งแต่ 21 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไป
1.3 ภาษีมูลค่าเพิ่ม
กรณีที่มีรายได้เกิน 1.8 บาทต่อปี ผู้มีเงินได้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ภายใน 30 วันนับแต่ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ดังกล่าว และ จัดทำรายงานภาษีซื้อ และภาษีขาย โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ตอบโดย:
คุณ อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์
วันที่ :
2/8/2550 17:25:42
ให้คะแนน:
ดูผลคะแนน
ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
สมาชิกสามารถแสดงความเห็นได้
หากท่านต้องการแสดงความเห็น กรุณา
Login
หรือ
สมัครสมาชิก
ความเห็น :
ความคิดเห็นที่ :
2
แจ้งลบ
www.acstudio.co.th
โดย: คุณ
supplystudio
วันที่ :
17/5/2551 1:52:56
ความคิดเห็นที่ :
1
แจ้งลบ
ขอบคุณครับ
โดย: คุณ
kow
วันที่ :
2/8/2550 22:43:41